ยาปฏิชีวนะ ภัยเงียบที่มากับอาหาร

ยาปฏิชีวนะ ภัยเงียบที่มากับอาหาร

หลายครั้งที่คนเรามักจะเจ็บป่วยมาจากอาหารที่กินเข้าไป โดยที่เราไม่รู้เลยว่าต้นตอหรือต้นทางของอาหารเหล่านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือการใช้ยาปฏิชีวนะกับเนื้อสัตว์ หรือในสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารนั่นเอง ซึ่งโดยมากแล้วมักจะให้ยาปฏิชีวนะที่เกินขนาดในสัตว์ นั่นจึงส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง เราจึงมาดูกันค่ะ ว่าอันตรายจากยาปฏิชีวนะจะมีอะไรบ้าง และถ้าอยู่ในอาหารจะเกิดอะไรขึ้น

วัตถุประสงค์ในการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์

โดยทั่วไปการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์นั้นมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ดังนี้

  1. เพื่อการรักษา
  2. เพื่อป้องกันโรค : จะใช้ยาขณะที่สัตว์อ่อนแอมีโอกาสติดเชื้อและเกิดโรคได้ง่าย เช่น สัตว์อยู่ระหว่างการ

ขนย้าย การเลี้ยงสัตว์อย่างแออัดไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้สัตว์เกิดความเครียดและอ่อนแอตามมา

  1. เพื่อเร่งการเจริญเติบโต : ส่วนใหญ่จะผสมในอาหาร แต่จะใช้ยาปฏิชีวนะในปริมาณต่ำและให้ยาแก่

สัตว์เป็นระยะเวลานาน ๆ ซึ่งจะช่วยให้สัตว์มีการเจริญเติบโตเร็วขึ้นและมีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น การที่ยาปฏิชีวนะสามรถช่วยเร่งการเจริญเติบโตได้นั้

น เพราะสารอาหารที่จะถูกนำไปใช้ต่อสู้กับโรค หรือกระบวนการในการสร้างภูมิต้านทานของสัตว์นั้นถูกต้องการลดลง อาหารที่ได้รับถูกนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโตมากขึ้น

ปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ

การเกิดเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ เกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรียในสัตว์เกิดการสัมผัสกับยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้เชื้อแบคทีเรียในสัตว์เกิดการพัฒนายีนส์ต้านทานยาขึ้น นอกจากนี้เชื้อดื้อยาในสัตว์ยังสามารถเกิดการแพร่กระจายไปในสัตว์ตัวอื่น และ/หรือสู่คนทางห่วงโซ่อาหารได้

เชื้อดื้อยาที่เกิดขึ้นในสัตว์นั้นสามารถถูกส่งผ่านไปยังคนได้ โดย 3 วิธีหลัก ๆ ได้แก่

  1. การบริโภคเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  2. การสัมผัสกับสัตว์โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสัตว์
  3. การรับเชื้อจากสิ่งแวดล้อม เช่น ในแหล่งน้ำและดิน

ยาปฏิชีวนะตกค้างในสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์

การใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์นั้น ยังก่อให้เกิดการตกค้างของยาในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ เช่น น้ำนม และไข่ เป็นต้น สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ได้แก่ เกิดอาการข้างเคียงของยา เกิดการแพ้ยา า (เช่น ยาในกลุ่ม Penicillins) เกิดเชื้อดื้อยา ตลอดจนอาจก่อให้เกิดมะเร็ง นอกจากการตกค้างของยาปฏิชีวนะในสัตว์แล้ว ยังเกิดการปนเปื้อนของยาในสิ่งแวดล้อม เช่นในดิน และแหล่งน้ำอีกด้วย

สาเหตุของการเกิดปัญหาเชื้อดื้อยาและยาปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อสัตว์

  1. ความจำเป็นของผู้เลี้ยงในการใช้ยาในสัตว์ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน มี

ปัญหาโรคติดเชื้อสูงทำให้มีความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อไม่ให้สัตว์ตายหรือล้มป่วยโดยเฉพาะในฟาร์มรายย่อยสถานที่เลี้ยงไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้สัตว์อ่อนแอและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

  • การใช้ยาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ใช่ยาที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำไปผสมใช้ในอาหาร

สัตว์ หรือการนำยาปฏิชีวนะที่ใช้ ในคนไปให้สัตว์กิน

  • ไม่มีการหยุดยาตามระยะเวลาที่กำหนด ทำให้มียาตกค้างในเนื้อเยื่อของสัตว์ในปริมาณที่เป็นฃ

อันตรายได้ ยาปฏิชีวนะที่ขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้ใช้ในสัตว์ที่ใช้บริโภคได้นั้นจะมีระยะหยุดยาก่อนการฆ่าสัตว์ ซึ่งระยะหยุดยานี้จะปรากฏในฉลากและเอกสารกำกับยา เพื่อให้ผู้เลี้ยงหยุดใช้ยาก่อนการจับสัตว์น้ำหรือฆ่าสัตว์ไม่น้อยกว่าระยะหยุดยาที่กำหนดไว้เพื่อป้องกันสารตกค้างในเนื้อสัตว์ในปริมาณที่เกินขีดสูงสุด

ที่อนุญาตให้ตรวจพบได้

อันตรายต่อผู้บริโภคที่เกิดจากยาปฏิชีวนะตกค้าง

  • เกิดการแพ้ยา
  • เกิดการดื้อยา ตลอดจนอาจก่อให้เกิดมะเร็ง

ดังนั้นการเลือกอาหารมาบริโภคเราอาจจะต้องใส่ใจและละเอียดเพื่อดูที่มาของอาหารว่าได้คุณภาพและปลอดภัยหรือไม่ เพื่อป้องกันตัวเองจากการกินอาหารที่มียาปฏิชีวนะตกค้างนั่นเอง